คำถามยอดฮิตของเหล่านักช็อปออนไลน์มือใหม่ หรือ ผู้ที่กำลังลองผิดลองถูกอยู่ “ซื้อของออนไลน์ ทำอย่างไรไม่ให้ถูกโกง“ การโกงในที่นี้ หมายถึง การซื้อของแล้วไม่ได้รับสินค้า, สินค้าไม่ตรงกับรูปภาพ, ได้รับสินค้าไม่ครบ ฯลฯ เราจะเชื่อใจร้านค้าที่ไม่เคยพูดคุย ได้มากน้อยแค่ไหน จะมั่นใจว่าเค้าจะส่งของให้เราหลังจากโอนเงินไปแล้วจริงมั้ย?

ในทางกลับกัน (ในฐานะแม่ค้า) สิ่งแรกที่เราต้องการก็คือความเชื่อใจจากลูกค้าคะ จึงจะเกิดการซื้อขายกันได้ ทางร้านย่อมต้องให้ข้อมูลที่ทำให้ลูกค้าไว้ใจ ไม่มีการลบ หรือปิดบังข้อมูลสินค้า-ประวัติการซื้อขายของร้าน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า วันนี้ แม่ค้า (เป็นทั้งนักช็อป และแม่ค้า ^^) มาแชร์ประสบการณ์ให้คะ เอาละมาเริ่มกันเลยจ้า

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ทั้งรายใหญ่ รายย่อย จะมีช่องทางการโฆษณาสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์, Facebook, Instagram, Line, เว็บบอร์ด, blog, twitter ฯลฯ นักช็อปสามารถเลือกชมสินค้าได้อย่างหลากหลาย แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนั้น ควรจะเช็คของมูลร้านค้าให้ดีซะก่อนคะ ไม่งั้นอาจโดนมิจฉาชีพสวมรอย ฉกเงินไปฟรีๆ

 

ขั้นตอนที่ 1 เช็คข้อมูลร้านค้า

เพื่อความมั่นใจว่า ว่าร้านค้ามีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้เป็นเว็บ หรือโพสต์สินค้าลอยๆ เพื่อหลอกเงินเรา ดูได้ตามนี้คะ

– มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถือเป็นการยืนยันตัวตนของร้านค้าเป็นอย่างดี ร้านค้ารายใหญ่ หรือร้านค้ารายย่อยที่คิดจะทำการค้าอย่างจริงจัง มักจะมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และแสดงอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของตนเองคะ  สำหรับร้านค้ารายย่อย หรือพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ อาจยังไม่มีก็ต้องดูหัวข้ออื่นกันต่อไปจ้า

วิธีตรวจสอบ : นำเลข 13 หลัก ของร้านค้าไปเช็คข้อมูลคะ ถ้าร้านค้าอยู่ในกรุงเทพฯ ให้เช็คกับสำนักงานเขตที่ร้านค้าตั้งอยู่ หรือถ้าร้านค้าอยู่ต่างจังหวัด ให้เช็คกับเทศบาล หรืออำเภอที่ร้านค้าตั้งอยู่คะ

ดูวันที่เปิดร้านค้ ร้านค้าที่เปิดมานาน ย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าร้านค้าที่เพิ่งเปิด เนื่องจากร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการโดนหลอก จากกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งอาศัยการเปิดเว็บฟรี หรือโพสต์สินค้าทิ้งไว้ พอได้รับเงินโอน ก็ลบข้อมูล, ปิดเว็บ แล้วเงียบหายไป

สำหรับช่องทางอื่นๆ เช่น Facebook ยังดูได้จากยอดคนกดไลค์ ด้วยคะ

วิธีตรวจสอบ : ถ้าเป็นเว็บไซต์ สวนใหญ่มักจะแสดงวันที่เปิดเว็บไว้ด้านซ้าย หรือด้านบนสุดของเว็บ ส่วนถ้าเป็น Facebook, Instagram, Line ให้ดูจากวันแรกที่โพสต์ขายสินค้า แต่ถ้าเป็นตามเว็บบอร์ด ก็ให้นำข้อมูลชือคนขาย หรือชื่อร้านค้า ไปถามใน google คะ

ช่องทางการติดต่อร้านค้าที่ให้มา สามารถติดต่อได้จริง เช่น  Facebook, Instragram, twitter, Line, email, เบอร์โทร

วิธีตรวจสอบ : ลองทักไปตามช่องทางที่ให้มาเลยคะ แต่สำหรับ Line บางทีก็มีปัญหาเพิ่มเพื่อนไม่ได้ อันนี้ ยังหาสาเหตุไม่ได้ ที่ร้านก็เจออยู่ จะเป็นที่ลูกค้าบางท่าน แนะนำให้โทรเช็คเลยคะ

มีการอัพเดตเลขพัสดุ หรือข้อมูลการส่งสินค้าให้ลูกค้า เพื่อดูว่ามีการขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มาๆหายๆ บาง Facebook จะมีการโพสต์แจ้งหน้าtimeline หรือบางเว็บจะมีการแจ้งผ่านทางเว็บบอร์ด

วิธีตรวจสอบ : สุ่มเลขพัสดุไปเช็คในระบบไปรฯ ว่ามีการส่งสินค้าในช่วงเวลานั้น จริงมั้ย สถานที่ถูกต้องรีเปล่า

มีการโต้ตอบ พูดคุยกับลูกค้า อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการขายผ่านทาง Facebook, Instragram, twitter, Line เพราะ 4 ช่องทางนี้ เป็นช่องทางหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ เนื่องจากตั้งลอยๆขึ้นมาได้ง่าย และพ่อค้าแม่ค้าตัวจริง ก็อาศัยช่องทางนี้ในการขายซะเป็นส่วนใหญ่เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงต้องระวังให้มาก

วิธีตรวจสอบ : ดูจากการโต้ตอบ ระหว่างร้านค้า และลูกค้าคนอื่นที่ถามทิ้งไว้ใต้โพสต์ ส่วนนี้ควรระวังหน้าม้า ไว้ด้วยคะ เราสามารถเช็คได้ว่าเป็นหน้าม้ารึเปล่า ลองค้นชื่อลูกค้าที่รีวิวนั้นๆ ใน google ดู เพื่อดูว่าเคยซื้อสินค้าที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ถ้าเจอว่าเคยซื้อสินค้าประเภทเดียวกัน ในหลายๆเว็บ ก็ไม่น่าจะเป็นหน้าม้าคะ ^^

มีการอัพเดตสินค้าหมด หรือสินค้าเข้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนนี้เป็นสิ่งแสดงความต่อเนื่องในการขายสินค้าของร้านค้า เนื่องจากนักช็อปบางคน เมื่อมั่นใจในร้านค้าแล้ว ก็ติดต่อเพื่อสั่งซื้อสินค้า แต่กลับได้คำตอบกลับมาว่า “ร้านปิดแล้ว” นั่นก็เป็นเพราะว่า ร้านค้าเคยลงโฆษณาสินค้าไว้ แต่พอเลิกขายแล้วก็ปล่อยไปเฉยๆ ไม่ได้ปิดร้านคะ ดังนั้น นักช็อปอย่าลืมดูวันที่โพสต์ขายสินค้าด้วยนะคะ

 

ขั้นตอนที่ 2 เช็คข้อมูลสินค้าก่อนสั่งซื้อ

– ดูจากรีวิวสินค้า เปรียบเทียบกับรูปถ่ายสินค้าที่โฆษณา ร้านค้าส่วนใหญ่จะโพสต์รูปรีวิวสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่ามีการส่งสินค้าให้จริงคะ ดังนั้น เราก็อาศัยลูกค้าเก่าที่เคยซื้อได้เลยคะ แต่ระวังหน้าม้านะคะ เช็คข้อมูลได้ตามที่พูดไว้ด้านบนคะ ^^

ทีนี้เมื่อเรามั่นใจแล้ว ก็เลือกช็อปออนไลน์กันได้เลยจร้า อย่าช็อปเพลินจนลืมดูเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยนะคะ 🙂

 

เขียนโดย : www.babekits.com